กุ้งสด เป็นอะไรที่เน่าเสียง่ายมาก หลายคนประสบปัญหานี้ และทักมาถามกันบ่อย ๆ แอดมี วิธีเก็บกุ้ง ให้สดนาน บ้างไหมคะ บ้างก็ซื้อกุ้งมาเยอะเกินใช้ไม่ทัน เก็บไม่เป็นบ้าง ลืมบ้าง จนกุ้งหัวดำ เนื้อเละ มีกลิ่นเหม็น
วิธีล้างกุ้งให้สะอาด

- เมื่อซื้อกุ้งจากตลาดมาแล้ว ขั้นตอนแรกเริ่มจากล้างกุ้งให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า แล้วเทน้ำออก

- โรยเกลือหยาบลงบนกุ้ง แล้วคลุกเค้ลาเกลือให้ทั่ว เพื่อล้างคราบคาวต่าง ๆ ออกจากตัวกุ้ง

- เสร็จแล้วนำกุ้งมาแช่น้ำสะอาดต่อ ประมาณ 5 – 10 นาที

- ครบกำหนดเวลาแล้วนำกุ้ง ล้างน้ำเกลือออก ให้สะอาดอีกครั้ง เท่านี้กุ้งสดก็สะอาดพร้อมใช้งานแล้วค่ะ
วิธีเก็บกุ้ง แบบที่ 1

เพียงนำกุ้งที่ล้างสะอาดในขั้นตอนที่แล้วมาใส่ในภาชนะ แบ่งเป็นปริมาณที่จะใช้ในแต่ละครั้ง แล้วเติมน้ำสะอาดตามลงไปให้ท่วมตัวกุ้ง ปิดฝาแล้วนำไปใส่ช่องแช่แข็ง
วิธีเก็บกุ้ง แบบที่ 2

- นำกุ้งมาตัดส่วนตรงลูกตาออก เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

- เติมน้ำตาลทรายลงไปได้เลยค่ะ ปริมาณต้องกะเอาให้พอเคล้าตัวกุ้งได้ทั่ว

- จากนั้นก็คลุก ๆ เคล้า ๆ จะได้หน้าตาประมาณนี้นะคะ

- จัดเรียงใส่กล่อง ถ้ารู้สึกว่าน้ำตาลยังไม่ทั่ว สามารถโรยเพิ่มได้นะคะ แล้วใส่ข่องแช่แข็งได้เลยค่ะ
วิธีเก็บกุ้ง แบบที่ 3

- แกะเปลือกกุ้งออกให้หมด ดึงเส้นดำออก โดยใช้ไม้จิ้มฟัน งัดตรงหางกุ้ง เพื่อดึงออกค่ะ

- เติมแป้งมันลงไป ปริมาณให้พอกับตัวกุ้งค่ะ เยอะไปไม่เป็นไรนะคะ ไม่ต้องกังวล จากนั้นเราก็มาคลุกให้เข้ากัน ให้ทั่วตัวกุ้งเลย

- พักเค้าไว้ประมาณ 15 นาที แล้วนำมาล้างน้ำให้สะอาด

- แพ็คลงถุงตามความต้องการของเรา ในการหยิบใช้แต่ละครั้งได้เลยค่ะ
นอกจาก วิธีเก็บกุ้ง อย่างไรให้สดนาน มีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ ไม่แพ้กัน นั่นก็คือ “การเลือกกุ้งค่ะ” กุ้ง ต้องสดใหม่ ไม่เก่า แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร กินดีอยู่ดี มีเคล็ดลับการเลือกซื้อ กุ้ง มาให้ด้วยค่ะ

เทคนิคเลือกกุ้ง แบบ 3 ส.
- สังเกต หัวกับตัวต้องติดกันแน่น ไม่หลุดออกจากกัน สีกุ้งสดจะเป็นสีฟ้าหรือสีออกเทานิดๆ ใส ไม่ขุ่น มองเห็นเส้นดำ เปลือกไม่เป็นสีดำคล้ำ หรืออมส้มอมเหลือง
- สัมผัส เช็คความแน่นของเนื้อกุ้ง โดยใช้มือลองกดเบาๆ เนื้อสัมผัสไม่นิ่มเละ
- สูดดม กลิ่นต้องไม่คาว ปกติอาหารสดจะมีกลิ่นคาวอยู่บ้าง แต่ จะมีกลิ่นคาวที่อยู่ในระดับพอดี กลิ่นไม่แรงมาก หรืออาจไม่มีกลิ่นเลย แต่ถ้ากุ้งไม่สดกลิ่นคาวฉุนแรงกว่าปกติ
ประเภทของกุ้ง
- กุ้งขาว (กุ้งแวนนาไม) หรือกุ้งเกษตรขาว หรือแชบ๊วยเกษตร เป็นกุ้งเลี้ยงน้ำกร่อยหรือน้ำเค็มก็ได้ นิยมเลี้ยงในบ่อดิน ลักษณะตัวกุ้งใสเห็นลำไส้ของกุ้งได้อย่างชัดเจน มีเปลือกค่อนข้างบาง สีออกเทา ตัวลื่นและเล็ก แกะง่าย มีปลายหางสีแดง เนื้อแข็ง เนื้อน้อย ราคาถูก น้ำหนักโดยประมาณ 40 – 130 กรัม ต่อตัว เหมาะกับเมนู กุ้งแช่น้ำปลา กุ้งดอง ทอดมันกุ้ง
- กุ้งแชบ๊วย เป็นกุ้งน้ำเค็มตามธรรมชาติ คล้ายกุ้งขาวแต่ตัวใหญ่ มีสีอมเหลือง ๆ เนื้อสีขาวขุ่น เปลือกหนา แกะง่าย เนื้อหวาน เด้ง และแน่นกว่ากุ้งขาว น้ำหนักโดยประมาณ 50 – 100 กรัมต่อตัว เหมาะกับเมนู กุ้งอบวุ้นเส้น , กุ้งอบเกลือ
- กุ้งกุลาดำ (กุ้งลายเสือ) เป็นกุ้งธรรมชาติอาศัยในน้ำกร่อย หรือ น้ำเค็ม ก็ได้ ลักษณะลำตัวมีลายสีแดง-ดำ ตัวค่อนข้างใหญ่ เนื้อกรอบ แน่น เด้ง น้ำหนักโดยประมาณ 400 – 500 กรัมต่อตัว เหมาะกับเมนู กุ้งเผา , กุ้งอบเกลือ , กุ้งซอสมะขาม
- กุ้งก้ามกราม เป็นกุ้งเลี้ยงน้ำจืด เกิดจากการเพาะพันธุ์ทั้งการเลี้ยงแบบวังกุ้งคือนำลูกกุ้งมาเลี้ยงไว้ในแหล่งธรรมชาติและการเลี้ยงแบบฟาร์มที่เพาะพันธุ์ในบ่อและเลี้ยงในกระชัก ลักษณะของกุ้งก้ามกรามจะตัวค่อนข้างใหญ่ หัวโต มีมันบริเวณหัว ตัวสีเขียวอมฟ้า เนื้อหวาน แน่น น้ำหนักโดยประมาณ 300 – 600 กรัมต่อตัว เหมาะกับเมนู กุ้งเผา ต้มยำกุ้ง
- กุ้งแม่น้ำ เป็นกุ้งธรรมชาติน้ำจืด ตัวใหญ่ ตัวสีเหลืองน้ำตาล ที่หัวมีมันมากกว่ากุ้งก้ามกราม ราคาสูง เนื้อหวาน เหนียว และแน่นกว่ากุ้งก้ามหราม น้ำหนักโดยประมาณ 300 – 600 กรัมต่อตัว เหมาะกับเมนู กุ้งเผา
- กุ้งทราย (กุ้งโอคั่ก) เป็นกุ้งทะเลที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ แบบ 100% ไม่สามารถเพาะเลี้ยงได้ มีเปลือกแข็ง หยาบ เนื้อสีขาวขุ่น ตัวค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับขนาดของกุ้งแชบ๊วย ที่ปลายหางสีส้มแดง เนื้อแน่น เด้ง หวาน หาซื้อยาก มีกลิ่นค่อนข้างคาว เหมาะกับเมนู กุ้งอบเกลือ , ต้มเค็ม , ผัดฉ่า และติ่มซำ
ขอบคุณข้อมูล : my home
Story : เนื้อทอง ทรงสละบุญ
Photo : วาระ สุทธิวรรณ
Style : แชร์ สวนผัก




